ข่าวประชาสัมพันธ์

รองอธิบดีฯ พช. เยี่ยมเยียนให้กำลังใจ พัฒนาชุมชนชายแดนใต้

รองอธิบดีฯ พช. เยี่ยมเยียนให้กำลังใจ พัฒนาชุมชนชายแดนใต้

@YALA เมืองน่าอยู่

วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 13.30 น.

นายนิวัติ น้อยผาง รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน
ให้เกียรติพบปะและมอบแนวทางการขับเคลื่อนงานตามนโยบายกรมการพัฒนาชุมชน ประจำปี 2563 ให้แก่เจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนจังหวัดยะลาและปัตตานี

โดยมีนางปราณี รัตนประยูร หัวหน้าผู้ตรวจราชการกรม,
นายกิติพล เวชกุล พัฒนาการจังหวัดยะลา, นายอำนวย ศรีระแก้ว รกน.นักวิชาการพัฒนาชุมชนเชี่ยวชาญ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ และนายวัชระธรรม ปัญญาสกุล รกท.พัฒนาการจังหวัดปัตตานี ร่วมให้การต้อนรับ ณ ห้องประชุมปาล์ม ศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนยะลา จังหวัดยะลา

รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน ได้กล่าวว่า “พัฒนากร” ต้องน้อมนำศาสตร์พระราชา โดยต้องเข้าถึงประชาชนและเรียนรู้จากพี่น้องประชาชน การพัฒนาที่แท้จริง คือ การที่ข้าราชการเรียนรู้จากชาวบ้าน เพราะทุกคนมีคุณค่าจึงต้องแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน อันเป็นการต่อยอดเสริมสร้างกันและกัน หรือที่เรียกว่า “ระเบิดจากข้างใน”

การพัฒนาชาวบ้านต้องมีความพร้อม กล่าวคือ มีองค์ความรู้เดียวกัน เห็นปัญหาเหมือนกัน และเห็นแนวทางในการพัฒนาด้วยตัวเขาเอง(One Plan) จึงจะเกิดความยินยอมพร้อมใจ เป็นองค์ความรู้แบบองค์รวมที่บริหารจัดการภายใต้หน้าที่บริบทของตนเอง โดยน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” นำมาปฏิบัติ
เข้าใจ คือ ต้องเข้าใจความแตกต่างในบริบทของพื้นที่ ไม่ยึดติดตำรา ต้องปรับตามภูมิสังคม
เข้าถึง คือ การทำให้ประชาชนยอมรับเรา ว่าเราจริงใจในการช่วยแก้ไขปัญหา
พัฒนา คือ ร่วมมือกับชาวบ้านและเครือข่ายต่างๆ ในการแก้ปัญหาให้ชาวบ้านอยู่เย็นเป็นสุข
โดยเริ่มต้นที่ครัวเรือน หมู่บ้าน/ชุมชน ขยายไปถึงตำบล ทำให้ชาวบ้านสามารถพึ่งพาตนเองให้ได้

ประเด็นสำคัญในการขับเคลื่อนงานกรมการพัฒนาชุมชน (Flagship) ได้แก่ “OTOP” “กลุ่มสตรี” “การแก้ไขปัญหาความยากจน” และ “โคก หนอง นา โมเดล” ซึ่งจะทำให้ชุมชนมีความเข้มแข็ง สามารถพึ่งตนเองได้ มีเศรษฐกิจฐานรากมั่นคง และเกิดความยั่งยืน
รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กล่าวเพิ่มเติมว่า “โคก หนอง นา โมเดล” เป็นรูปแบบหนึ่งของการประยุกต์ใช้เกษตรทฤษฎีใหม่ ที่จะทำให้ประชาชนที่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม มีงานทำ มีอาชีพ มีรายได้ที่มั่นคง ในพื้นที่ของตนเอง โดยไม่ต้องแสวงหาโอกาสจากที่อื่น จึงทำให้เกิดสังคม “อยู่เย็น เป็นสุข” ร่วมกัน และมีภูมิคุ้มกัน เพราะฉะนั้นเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนทุกคน จึงต้องช่วยกันสร้างกระแสและขับเคลื่อนให้เกิดเป็นรูปธรรม

(Visited 1 times, 1 visits today)